วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

รับสอนพิเศษ

รับสอนเนื้อหาเกี่ยวกับการเขียนเว็บไซต์ รายละเอียดดังนี้

  • สอนภาษา HTML5 สำหรับเว็บไซต์แบบ Static (ชัวโมงละ 500 บาท)
  • สอนภาษา PHP สำหรับสร้างเว็บไซต์แบบ Dynamic (ชัวโมงละ 700 บาท)
  • สอนภาษา Java Script และ ภาษา Cascading Style Sheets (ชัวโมงละ 700 บาท)
  • สอนการสร้างฐานข้อมูล MySQL โดยใช้ phpMyAdmin, MySQL Workbrench และสอนทฤษฎีในการสร้างฐานข้อมูล (ชัวโมงละ 700 บาท)
  • สอนเขียนใช้ Framework ของ Code Igniter  (ชัวโมงละ 700 บาท)



เบอร์โทร:   08-4429-6626
E-mail:   paradiseontheground@gmail.com
สามารถนัดคุยรายละเอียดได้ถึงที่ (กรุงเทพ + ปริมณฑล)

วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2555

บอกสาว ๆ กินอย่างไร ให้สุขภาพดี



     เคยสงสัยตัวเองไหมว่า พฤติกรรมการบริโภคอาหารของตัวเองควรจะมีการแก้ไขไหม เป็นพฤติกรรมที่ควรจะทำหรือเปล่า ปัจจุบันคนไทย เรามีนิสัยการบริโภคที่ไม่ถูกเท่าที่ควรนัก ทั้งที่มีกระแสรักสุขภาพเพิ่มมากขึ้นทุกปี แต่กลับมีวิธีการกินที่ผิด ๆ เข้ามาแทนที่เสียนี่ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะเริ่มเปลี่ยนตัวเองมาสู่วิธีการกินที่ถูกต้องก็ในเมื่อชีวิตนี้มีแค่ชีวิตเดียว เราก็ควรจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ตัวเรา

พฤติกรรมและวินัยการบริโภคผิด ๆ

          ถ้าให้พูดถึงวิธีการบริโภคที่ไม่ถูกต้อง สามารถกล่าวถึงได้หลายอย่าง บางอย่างก็เป็นสิ่งที่ไม่รู้ตัวและไม่ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะบางอย่างเป็นสิ่งที่ใคร ๆ เขาก็ทำกัน

  •  การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กกลับเป็นเรื่องที่ใหญ่อย่างคาดไม่ถึง เพราะจะทำให้ลำไส้และกระเพาะอาหารทำงานหนักขึ้น เหมือนเราใช้งานร่างกายหนักขึ้น วันหรือสองวันอาจจะไม่มีผลอะไรแต่อย่าลืมว่าเราต้องกินข้าวและเคี้ยวอาหารตลอดชีวิตของเรา
  • ติดนิสัยกินอาหารจุบจิบ เป็นอุปนิสัยการกินที่จะทำให้เกิดโรคอ้วน เพราะการหยิบของใกล้มือมากินตลอดเวลา โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยวและของทอด โดยไม่คำนึงถึงไขมันและแคลอรีส่วนเกิน
  • ไม่กินอาหารเช้า จากชีวิตในสังคมเมืองที่ต้องเร่งรีบวิ่งตามเวลา บางครั้งการเตรียมอาหารเช้าจะเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เมื่อไม่ได้รับประทานอาหารเช้าก็จะทำให้หงุดหงิดง่ายความจำไม่ดี ความรู้สึกเฉื่อยชา ไม่ว่องไว
  • เลือกรับประทาน อุปนิสัยการรับประทานของผู้คนสมัยนี้จะแสวงหาแต่สิ่งที่ชอบและพึงพอใจ กินอาหารปรุงแต่งรสชาติ ไม่กินผักผลไม้ รับประทานแต่เนื้อสัตว์ ทำให้ขาดวิตามินและแร่ธาตุบางอย่างที่จำเป็นกับร่างกาย ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ที่ว่ากินตามใจปาก
  • กินอาหารไม่เป็นเวลา หากเป็นเมื่อก่อนการกินอาหารไม่เป็นเวลาอาจจะมีของแถมมาเป็นโรคกระเพาะอาหารเพียงเท่านั้น แต่ปัจจุบันกลับมีโรคกรดไหลย้อนเข้ามาให้ระแวงเพิ่มอีก กลายเป็น 2 โรคยอดฮิตในหมู่หนุ่มสาวสมัยนี้ไปเสียแล้ว


          สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงอุปนิสัยการรับประทานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สามารถให้ผลกระทบในด้านสุขภาพและร่างกายของเราได้ในระยะยาว ถ้าเราไม่คิดจะแก้ไข





เปลี่ยนการกินอย่างไรให้สุขภาพดี


  • บางครั้งการพยายามกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ ก็เป็นอะไรที่น่าเหนื่อยใจไม่ใช่น้อย เพราะข้อห้ามทั้งหลายที่กินนั่นไม่ได้กินนี่ไม่ดี ทำให้รู้สึกว่าชีวิตของเรามันดูยากขึ้น จนเราเลิกล้มความตั้งใจไปก่อนที่จะได้ทำจริง ๆ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินง่าย ๆ ก็ช่วยเราให้สุขภาพดีได้โดยไม่ต้องซื้อหา
  • เริ่มวันใหม่ด้วยอาหารเช้า หากคุณไม่มีเวลาพอที่จะกินอาหารเช้ามื้อใหญ่ ลองมองหาอาหารที่สามารถหยิบมากินได้ง่าย ๆ อย่างโยเกิร์ตกับกล้วยน้ำว้าสุก ซึ่งกล้วยน้ำว้าเป็นแหล่งโปรตีน วิตามินเอ ซี บี 1 บี 2 บี 6 นอกจากจะได้ประโยชน์แล้วยังไม่อ้วนด้วย อาหารเช้าเป็นมื้ออาหารที่ทำให้ระบบย่อยอาหาร การดูดซึม และระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้กินอาหารมื้ออื่น ๆ ได้น้อยลง
  • เปลี่ยนของจุบจิบจำพวกขนมขบเคี้ยวเป็นของที่มีประโยชน์ การห้ามกินของจุบจิบในระหว่างมื้อกลางวัน หรือการกินของว่าง ก่อนนอน หรือช่วงระหว่างดูละครเป็นไปได้ยาก เพราะนับได้ว่าเป็นอุปนิสัยที่เราทำไปโดยไม่รู้ตัว เราก็แทนที่ของเหล่านั้นด้วยผลไม้ที่มีกากใยสูง และมีวิตามินแทนดีกว่า เพราะผลการวิจัยเขาบอกไว้ว่าการกินหลายมื้อไม่ได้ทำให้อ้วน แต่เราจะอ้วนจากการที่ใน 1 วัน เรากินอาหารที่ไม่จำกัดแคลอรี กินเกินกว่าความสามารถในการเผาผลาญของร่างกาย
  • หันมากินมังสวิรัติบ้าง ตอนนี้กระแสการกินอาหารมังสวิรัติในวันเกิดของตัวเองกำลังเป็นที่นิยม โดยมีจุดเริ่มต้นจากความคิดในการทำบุญ ใน 1 อาทิตย์หรือ 1 เดือน เราอาจจะเลือก 1 วันที่เราจะกินอาหารมังสวิรัติขึ้นมาและตั้งใจทำให้ได้ การกินมังสวิรัติก็เหมือนกับการดีท็อกซ์ร่างกาย แถมยังได้ความสุขทางใจ สุขภาพจิตก็ดีขึ้น
  • เคี้ยวอาหารให้ช้าลง ทุกวันนี้เราคงไม่ได้สังเกตตัวเองว่าในการกินอาหาร 1 มื้อ เราใช้เวลารวดเร็วมาก ๆ แทนที่จะได้ดื่มต่ำกับรสชาติอาหาร กลับรีบเคี้ยวกลืน และกินให้ไว้ไว้ก่อน ซึ่งถ้าเราลองเปลี่ยนมาเคี้ยวอาหารให้ช้าลง เคี้ยวได้ละเอียดขึ้นจะช่วยทำให้อาหารดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย กระเพาะไม่ต้องทำงานหนัก และยังช่วยให้จิตใจสงบและผ่อนคลายอีกด้วย
  • พยายามกินอาหารให้ได้ทุกหมวดหมู่ เราอาจจะไม่ชอบกินอาหารบางชนิด อย่างบางคนที่ไม่ชอบรสชาติของอาหารบางอย่าง เราไม่ต้องถึงขนาดอดทนกล้ำกลืนกินเข้าไป แต่ให้ไปหาอาหารชนิดอื่นที่มีคุณค่าใกล้เคียงกันมากันมากินก็ได้ เพราะแทนที่จะฝืนทนกินให้จิตใจเครียดและปฏิเสธ แทนที่สุขภาพจะดีขึ้นแต่กลับจะแย่ลงเสียมากกว่า
  • ดื่มน้ำสะอาดให้พอเพียง หากไม่มีเวลาดื่มระหว่างวัน แนะนำให้ลองดื่มน้ำเปล่าตอนตื่นนอนวันละ 1-2 แก้ว และก่อนนอนอีก 1-2 แก้ว ก็ได้เพราะตอนเช้าระดับความเข้มข้นของเลือดสูง ร่างกายเราจะรู้สึกว่าขาดน้ำ ก่อนนอนก็ควรจะดื่มสัก 1-2 แก้ว เพื่อให้น้ำไปชำระล้างสิ่งตกค้างในลำไส้และกระเพาะอาหาร
  • เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักการออกกำลังกาย ทั้งนี้แม้คุณจะกินอาหารที่ดีเพียงใด แต่การออกกำลังกายก็ยังเป็นยาวิเศษที่ช่วยชะลอการเกิดโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราไม่จำเป็นจะต้องออกไปวิ่ง หรือเข้ายิมทุกวัน แต่ใช้เวลาว่างระหว่างวันเพียงแค่ 10 นาที ก็สามารถออกกำลังกายง่าย ๆ ได้ หรือใช้บันไดในการขึ้นลงระหว่างชั้นให้มากขึ้นก็ได้


          การตั้งมั่นตั้งใจทำสิ่งใหม่ ๆ เป็นเรื่องดี อย่างการที่อยากจะปรับเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ แต่หากทำโดยตั้งอยู่ในพื้นฐานของความเคร่งเครียดในการผลักคันตัวเองมากเกินไป จะทำรู้สึกไม่มีความสุข ความพยายามจะไม่เป็นผล ดังนั้นการจะเปลี่ยนตัวเองนั้น หากค่อย ๆ เปลี่ยนสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำจนเป็นกิจวัตรนิสัย เชื่อแน่ว่าสุขภาพดี จิตใจสงบ ความรู้สึกดี ๆ จะเกิดขึ้นกับตัวเราแน่นอน

คติเตือนใจหญิง





  • ก่อนแต่งงานจงจู้จี้เลือกสามี หลังแต่งงานจงอยู่ในโอวาทของสามี 
  • ผู้ที่หยิ่งผยองโดยเฉพาะผู้หญิง เท่ากับเปิดทางให้กับ ความชั่วร้ายเข้านอกออกในได้โดยง่าย 
  • แม่ที่ดีต้องไม่ตามใจลูก ไม่ว่าผิดหรือถูก แม่ที่ดีต้องสอนลูกให้อยู่ในสังคมได้อย่างสวัสดิภาพ 
  • ลูกๆจะเป็นอย่างไรในภายหน้า ขึ้นอยู่กับแม่ว่าจะอบรมอย่างไร ชีวิตลูกๆจะยุ่งยากถ้าแม่ตามใจลูกจนเกินเลย 
  • น้ำตาของแม่ คือความรัก รวมกับความหว่งใยที่มีต่อลูกตลอดกาลนาน 

  • สามีหูหนวก ภรรยาเป็นใบ้ ชีวิตแต่งงานของคู่นี้จะยั่งยืนตลอดกาล 
  • สามีดี ภรรยาดี ต่างต้องไม่ยุ่งเกี่ยวในเรื่องส่วนตัวของกันและกัน 
  • หน้าที่แท้จริงของภรรยา คือทำอาหารให้อร่อย ถูกปากสามี และภรรยาที่ดีต้องร่วมทุกข์กับสามีอย่างเต็มใจ 
  • ภรรยาดี ต้องฉลาดเข้าใจรู้ใจสามี มีหน้าที่ปฎิบัติสามีให้เป็นสุข ปลอบโยนให้หายทุกข์ 
  • หญิงดี เมื่อรักชายใดแล้ว ก็เมตตาเขาผู้นั้นเพียงชายเดียวในชีวิต 

  • ผู้หญิงโดยมากฉลาดแหลมคมนัก แต่หญิงที่ฉลาดจริงเป็นหญิงที่ซ่อนคม 
  • ผู้หญิงน่ารักเหมือนตุ๊กตาในยามดี และดุร้ายเหมือนเสือแม่ลูกอ่อนในยามร้าย 
  • หญิงวาสนาดีเทียมคุณหญิงคุณนาย คือหญิงที่สงบเงียบทั้งกาย วาจา และมีความรู้ความสามารถพอประมาณ 
  • หญิงวาสนาเทียมเศรษฐี เป็นหญิงที่แต่งตัวพองาม กินพออิ่ม พูดน้อย ขยันมาก 

  • หญิงที่ปากร้าย ไม่ยอมแพ้ใคร ก็มีหวังเจ็บตัว หรือเสียโฉม และเมื่อมีลูก เธอก็จะกลายเป็นหญิงขี้โรค 
  • ผู้หญิงขี้หึงหรือใจร้าย จะไร้ที่พึ่งทางกายและใจ ทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า 
  • หญิงดีมีบุญบารมี เป็นผู้หญิงที่รู้จักประหยัด และใจดีมีเมตตา 
  • หญิงที่มีจิตใจและกิริยาเป็นชาย จะอายุยืน แต่ชีวิตครอบครัวอับเฉา และอับจน

  • น้ำตาของหญิงสาว งดงามกว่ารอยยิ้มของเธอ 
  • ผู้หญิงโดยมากก่อเรื่องยุ่งๆ โดยไม่มีเหตุผล ผู้หญิงร้องไห้เมื่อไร เมื่อนั้นก็เป็นเหตุผลของเธอ 
  • มารยาทของคนโดยเฉพาะผู้หญิง สร้างวาสนาของตนได้เป็นอย่างดี 
  • อย่าสอนลูกหลานให้เป็นผู้ดีเย่อหยิ่ง หรือถือตัว จงสอนให้ลูกหลานเป็นลูกชายแท้ เป็นหญิงแท้ 
  • ภรรยางาม ทำให้สามีมีความสุขครึ่งๆกลาง ภรรยาดี ทำให้สามีสุขกายสุขใจตลอดชีวิต 

วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2555

เคล็ดลับง่าย ๆ ในการเติมความสดชื่นให้กับชีวิต




      ในชีวิตมนุษย์ส่วนใหญ่แล้ว แต่ละคนจะมีกิจกรรม และหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติซ้ำ ๆ เป็นประจำทุกวัน ทั้งเรื่องการงานและเรื่องส่วนตัว ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนจากเดิมมากนัก ต่อให้ผ่านไปกี่ปี ต่างก็ยังติดอยู่กับวังวนเดิม ๆ ซึ่งโคจรชีวิตลักษณะนี้ ทำให้ไฟในตัวเราค่อย ๆ มอดไหม้ลง จนกลายเป็นใช้ชีวิตอยู่ไปวัน ๆ แบบไร้จุดหมาย ซึ่งมันคงเป็นการใช้ชีวิตที่น่าเบื่อมาก

          ทว่า...เราจะพลิกชีวิตแบบซังกะตายให้กลับมามีชีวิตที่สดใส และมีแรงจูงใจต่อได้อย่างไรล่ะ? วันนี้กระปุกดอทคอมได้นำเคล็ดลับดี ๆ ในการจุดไฟให้กับชีวิตตัวเองมาฝากกันครับ

  ออกไปใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ที่แตกต่างจากเดิม

          ลองหัดใช้ชีวิตนอกกรอบในแบบที่ตัวเองไม่เคยได้สัมผัสดูบ้าง โดยการออกเดินทางไปต่างประเทศหรือต่างจังหวัด ในสถานที่ซึ่งความเจริญยังมีไม่มาก เพื่อสัมผัสบรรยากาศแบบเรียบง่าย ซึมซับชีวิตความเป็นอยู่จากคนพื้นเมือง และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ให้มากที่สุด โดยการหางานทำหรือเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคน เพื่อค้นหาความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง แล้วคุณจะได้มุมมองใหม่ ๆ ในการใช้ชีวิตมากขึ้น



  ลองทำกิจกรรมที่สร้างความตื่นตัวให้กับตนเอง

          การทำอะไรที่ท้าทายหรือเสี่ยงตาย บางครั้งสิ่งที่ได้กลับมา นอกเหนือจากความตื่นเต้น เร้าใจแล้ว ยังทำให้คุณได้ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น การโดดบันจี้ จัมพ์ เชื่อว่าวินาทีที่คุณขึ้นไปยืนอยู่จุดสูงสุดด้านบน ก่อนที่จะกระโดดลงมา เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ได้ทบทวนถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต จนเมื่อตัดสินใจโดดลงมาได้สำเร็จแล้ว เมื่อนั้นคุณจะรู้จักความหมายของชีวิตได้ดีขึ้น

  ค้นหาว่าตัวเองชอบและไม่ชอบทำอะไร

          หากสังเกตดูให้ดี ๆ ส่วนใหญ่คนเรามักทำในสิ่งที่ตัวเองชอบได้ดีเป็นพิเศษ ถึงแม้อาจไม่เคยมีพื้นฐานในเรื่องนั้นมาก่อนก็ตาม เพราะเราใส่ทั้งความสุขและความใส่ใจลงไปในเนื้องาน จึงไม่แปลกที่มันจะออกมาดี แต่ถ้ารู้ตัวว่าไม่ชอบทำสิ่งไหน ก็อย่าฝืนทำให้เสียเวลาเลย เพราะอาจยังมีคนอื่นที่สามารถทำหน้าที่แทนเราได้ดีกว่า แถมเป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขารักอีกด้วย

  อาจถึงเวลาต้องเปลี่ยนงานแล้วล่ะ

          หากงานที่คุณทำไม่ได้กระตุ้นไฟในตัวคุณ หรือทำไปก็ไม่มีคนเห็นความสำคัญ บางทีมันคงถึงเวลาที่คุณควรต้องมองหางานใหม่ซะแล้วล่ะ เราเชื่อว่ายังมีสิ่งที่เหมาะสมกับความต้องการคุณอยู่ข้างหน้า ซึ่งอาจเป็นการเปลี่ยนสายงานใหม่ เพื่อลองทำอะไรที่แตกต่าง หรือลองทำงานพาร์ท - ไทม์ (Part - Time) ดู หากเบื่อกับบทบาทมนุษย์เงินเดือน เพราะคุณอาจค้นพบความสามารถใหม่ ๆ ในตัวเอง ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้



  ตกหลุมรักสิ!

          "โลกหมุนด้วยความรัก" คำกล่าวที่ว่านี้ คงไม่เกินจริงไปนัก เพราะความรักเป็นเสมือนแรงขับเคลื่อนให้ชีวิตคนเราดำรงอยู่ได้ เรื่องนี้คนมีคู่คงรู้ดี แต่ใช่ว่าคนไม่มีคู่จะปราศจากความรัก เพียงแค่ยังไม่เจอคนที่ใช่มากกว่า แต่หากบังเอิญมีใครสักคนที่เข้ามาสร้างความปั่นป่วนให้กับใจของคุณได้ อย่าลืมเปิดใจลองพิจารณาดูล่ะ เพราะเธออาจเป็นคนที่เข้ามาเปลี่ยนโลกสีเทา ๆ ของคุณ ได้กลายเป็นสีชมพูเหมือนกับคนอื่นไงล่ะ

          และนี้ คงเป็นเพียงคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เรานำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ ซึ่งความจริงแล้ว ยังมีเคล็ดลับการเติมเต็มความสดชื่นให้กับตัวคุณอีกมาก ถ้าหากเพื่อน ๆ คนไหน มีวิธีเจ๋ง ๆ ก็อย่าลืมนำมาแชร์กันบ้างล่ะ เรื่องราวดี ๆ จะมีคุณค่ามากกว่าเดิม หากแบ่งปันให้คนอื่นได้สัมผัส :)

ขอบคุณบทความดีๆจาก: Kapook

15 สิ่งที่แม่ทุกคนควรสอนลูกชายของตัวเอง




     ไม่ว่าแม่คนไหน ก็อยากให้ลูกชายของตัวเองเติบโตขึ้นมาเป็นคนดี มีความสุข และมีอนาคตที่ดีด้วยกันทั้งนั้น แต่การจะทำเช่นนั้นได้ เราก็ต้องปลูกฝังให้ลูกของเรามีความรับผิดชอบ รู้จักใส่ใจความรู้สึกของคนรอบข้างตั้งแต่เด็ก วันนี้กระปุกดอทคอมจึงได้รวบรวมข้อคิดดี ๆ ที่คุณควรสอนให้ลูกชายของคุณได้รู้ตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมาฝาก ลองไปอ่านกันดูเลยค่ะ

          1. ให้เขาเล่นกีฬา เพื่อให้ได้เรียนรู้ที่จะแพ้อย่างมีศักดิ์ศรี รวมถึงทุ่มเทเต็มที่เพื่อชัยชนะ และรู้จักการเข้าสังคมกับผู้อื่น

          2. ฝึกเก็บเงินตั้งแต่เด็ก ๆ จะได้รู้จักคุณค่าของเงิน และไม่ใช้เงินเกินตัว

          3. สอนให้หัดทำงานบ้านทีละเล็กน้อย จะช่วยให้เขาสามารถดูแลรับผิดชอบตัวเองได้

          4. รู้จักปกป้องตัวเอง ไม่ปล่อยให้คนอื่นมารังแก ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำตัวเป็นอันธพาลคอยรังแกคนอื่นเช่นกัน

          5. ความรู้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครมาพรากจากเราไปได้ 

          6. เรียนรู้ที่จะให้เกียรติผู้หญิง เพื่อจะได้เป็นสามีที่ดี และมีชีวิตคู่ที่มีความสุข

          7. จงภูมิใจและกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง

          8. เข้มแข็งในเวลาที่ควรเข้มแข็ง และอ่อนโยนในบางเวลา

          9. อย่าดูถูกผู้หญิง เพราะพวกเธอก็สามารถเรียนรู้และทำงานได้ดีไม่แพ้ผู้ชาย

          10. หากอยากให้แฟนประทับใจ ดอกไม้เป็นของขวัญที่ได้ผลเสมอ ไม่มีผู้หญิงคนไหนหรอกที่ไม่ชอบดอกไม้

          11. บุหรี่กับเหล้าเลิกยากก็จริง แต่ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ 

          12. การเป็นผู้นำอาจต้องเจอกับความกดดันบ้างเป็นบางครั้ง แต่ถ้าหากเรามีความมั่นใจในสิ่งที่ทำ ทุกอย่างก็จะไปได้ดีแน่นอน

          13. ไม่มีที่ไหนน่าอยู่เหมือนบ้านเกิดของเรา

          14. เลือกภรรยาให้ดี ๆ เพราะเธอเป็นคนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัวของเรา

          15. ถึงวันหนึ่งมีครอบครัวแล้วก็อย่าลืมโทรหาแม่บ้าง เพราะไม่ว่าอย่างไร แม่ก็จะคิดถึงลูกทุกวัน

          อย่างไรก็ตาม นอกจากสอนเขาให้เป็นคนดีแล้ว ก็ควรเอาใจใส่เขาให้มาก ๆ ในทุก ๆ วันด้วย เพราะการสอนใด ๆ ก็ไม่สามารถเทียบได้กับความรักความอบอุ่นของแม่ ดังนั้นคงเป็นเรื่องยากที่เขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ หากถูกเลี้ยงดูโดยขาดความรัก

ขอบคุณบทความดีๆจาก: Kapook

วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2555

เก็บข้อมูลออนไลน์กับ Google Drive





     กูเกิล ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine) ได้เปิดตัวบริการใหม่ ที่มีชื่อว่า Google Drive บริการพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ (Cloud Storage) โดยให้พื้นที่เก็บข้อมูลมากถึง 16 เทราไบท์ และให้พื้นที่เริ่มต้นฟรี 5 กิกะไบท์ พร้อมบริการให้กับผู้ใช้งานแล้วทั่วโลก


     สำหรับบริการ Google Drive ที่ออกมาล่าสุดนี้ เป็นหนึ่งในบริการพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งตลาดที่เกี่ยวกับบริการเก็บข้อมูลออนไลน์นั้น กำลังได้รับความนิยมจากผู้ใช้งาน และมีให้เลือกใช้งานอยู่มากมายหลายเจ้า ไม่ว่าจะเป็น Dropbox, Box.net, SugarSync, Amazon Cloud Drive และ  Apple iCloud เป็นต้น 
     แต่สำหรับ Google Drive ไม่ได้เป็นแค่บริการแชร์ไฟล์ ฝากไฟล์ แต่สามารถแก้ไขไฟล์เอกสารต่าง ๆ จาก Google Drive โดยตรงได้อีกด้วย รวมไปถึงยังมีโปรแกรมเพื่อรองรับการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows และ Mac OS พร้อมทั้งแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ที่รองรับทั้ง iPhone และ Android เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อกับ Google Drive ได้ทุกที่ทุกเวลา 





     นอกจากนี้ Google Drive ยังสามารถค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารและรูปภาพได้ และรองรับค้นหาข้อมูลอยู่ภายในไฟล์ ไม่ว่าจะเป็นข้อความตัวอักษรที่อยู่บนเอกสาร ระบบค้นหาจะสแกนโดยใช้เทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) ได้อย่างแม่นยำ


     โดยเริ่มต้น จะได้รับพื้นที่เก็บข้อมูลฟรี 5 กิกะไบท์ หากพื้นที่ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน สามารถซื้อพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติมได้ ดังนี้

  • พื้นที่ 25 กิกะไบท์  ราคา 2.49 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประมาณ 77 บาท)
  • พื้นที่ 100 กิกะไบท์ ราคา 4.99 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประมาณ 155 บาท) 
  • พื้นที่ 1 เทราไบท์ ราคา 49.99 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประมาณ 1,550 บาท) 
  • พื้นที่ 16 เทราไบท์ ราคา 799.99 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประมาณ 24,000 บาท) 
     เมื่อผู้ใช้งานทำการอัพเกรดพื้นที่ Google Drive ก็จะส่งผลให้พื้นที่บน Gmail เพิ่มขึ้นตามไปด้วย





          สำหรับใครที่ใช้อีเมล Gmail อยู่แล้วและสนใจบริการ Google Drive สามารถเข้าไปสมัครและทดลองใช้งานได้ที่ https://drive.google.com/start ซึ่งขณะนี้ทางกูเกิลเริ่มทยอยเปิดบริการให้กับผู้ใช้งานบางส่วนแล้ว









วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555

7 วิธีดูแลตัวเองให้สวย โดยไม่ต้องพึ่งเมคอัพ






   เครื่องสำอางถือเป็นสิ่งที่สาว ๆ หลายคนขาดไม่ได้ เพราะเวลาจะออกไปข้างนอก ไม่ว่าอย่างไรเราก็ต้องแต่งหน้าเพื่อเสริมความมั่นใจในทุก ๆ วันกันอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น บางครั้งผู้หญิงเราก็อยากมีวันสบาย ๆ ที่ไม่ต้องแต่งหน้าหรือแต่งตัวมากให้ยุ่งยากเช่นกัน


         อย่างไรก็ตาม สาว ๆ หลายคนกลับขาดความมั่นใจที่จะออกจากบ้านโดยไม่แต่งหน้า จนทำให้เราต้องคอยพึ่งเครื่องสำอางอยู่ตลอดเวลา แต่เชื่อเถอะว่า หากคุณรู้วิธีการดูแลตัวเองดี ๆ คุณก็ยังสามารถดูสวยใสโดยไม่ต้องแต่งหน้าได้แน่นอน ด้วยการทำตามวิธีดูแลตัวเอง 7 ข้อนี้


      1. พักผ่อนให้เพียงพอ


          สังเกตไหมว่าหากช่วงไหนที่คุณนอนหลับพักผ่อนเพียงพอ ช่วงนั้นผิวของคุณจะดูเปล่งปลั่งสดใสเป็นพิเศษ แถมรอยคล้ำใต้ตายังดูจางลงอีกด้วย ทั้งนี้เป็นเพราะช่วงเวลานอนเป็นช่วงที่ร่างกายทำงานน้อยที่สุด และเป็นเวลาที่ร่างการผลิตเซลล์ผิวใหม่นั่นเอง จึงเป็นการพักผ่อนฟื้นฟูสภาพผิวของคุณไปในตัว ดังนั้นคุณจึงควรนอนหลับให้สนิทโดยปราศจากสิ่งรบกวนใด ๆ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมงนะคะ


      2. น้ำเย็นช่วยคุณได้


          นอกจากการล้างหน้าด้วยน้ำเย็น ๆ ในตอนเช้าจะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นพร้อมรับวันใหม่มากขึ้นแล้ว การล้างหน้าด้วยน้ำเย็นยังช่วยลดความบวมของหน้าในช่วงเพิ่งตื่นนอนได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นควรล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดเย็น ๆ ทุกเช้าก่อนออกจากบ้านทุกวันนะคะ


      3. หมั่นดูแลผิวเป็นประจำ


          หากผิวพรรณของคุณดูเปล่งปลั่งสดใสอยู่เสมอ คุณก็จะสวยเด่น และเด็กกว่าอายุจริงได้อีกหลายปี โดยไม่ต้องพึ่งการแต่งหน้าอะไรเลย ทั้งนี้ เพื่อให้ผิวของคุณดูสวยใสอยู่ตลอดเวลา คุณควรดูแลตัวเองด้วยการขัดผิวเป็นประจำ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง และในส่วนของการดูแลบริเวณผิวหน้าแต่ละครั้งนั้น คุณควรทำความสะอาดใบหน้าด้วยคลีนเซอร์ ก่อนจะนวดเบา ๆ ด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อให้ผิวดูสดชื่นอยู่เสมอ


      4. ดื่มน้ำให้มาก ๆ


          การดื่มน้ำนั้นมีประโยชน์กับคุณมากมายหลายอย่าง เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณมีผิวที่ดูสดใสขึ้นแล้ว ยังดีต่อสุขภาพเพราะเป็นการช่วยล้างพิษในร่างกายอีกด้วย ทั้งนี้ สาว ๆ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 9 แก้ว ในขณะที่หนุ่ม ๆ ควรดื่มวันละ 13 แก้ว ทุกวันเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเอง


      5. ปกป้องผิวของคุณจากแสงแดด


         ก่อนออกจากบ้านควรทาครีมกันแดดทุกครั้งไม่ว่าจะไปที่ไหน เพราะแสงแดดแรง ๆ นั้นส่งผลเสียกับผิวของคุณมากกว่าที่คิด เนื่องจากแดดแรง ๆ ที่สาดเข้ากระทบกับผิว จะทำให้ผิวคล้ำเสียไม่สม่ำเสมอ แถมยังทำให้ผิวดูแก่ก่อนวัยอีกด้วย เพราะฉะนั้น ควรทาครีมกันแดดเวลาออกจากบ้าน ยิ่งไปกว่านั้น หากวันไหนที่แดดแรงจัด ก็ควรสวมแว่นกันแดดป้องกันอีกชั้นด้วย


      6. แต่งคิ้วให้สวยเด่น


          คิ้วของคุณมีผลกับรูปหน้ามาก ฉะนั้นถ้าอยากให้ใบหน้าดูโดดเด่นขึ้น ก็ควรจัดแต่ทรงคิ้วให้เข้ากับรูปหน้าของคุณ ด้วยการศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตหรือปรึกษากับช่างผู้เชี่ยวชาญตามร้านตกแต่งคิ้วดู อย่างไรก็ตาม นอกจากรูปทรงของคิ้วแล้ว สีของคิ้วนั้นก็สำคัญเช่นกัน ดังนั้นควรย้อม หรือปัดสีคิ้วด้วยดินสอเขียนคิ้วให้เข้ากับสีผมของคุณด้วย


      7. อย่าปล่อยให้ผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง


         ผมที่ชี้ฟูพันกันจะทำให้คุณดูแก่และโทรมลง เพราะฉะนั้น ควรดูแลผมของตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ ด้วยการสระผมเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง เพื่อให้ผมของคุณดูนุ่มสลวยตลอดเวลา นอกจากนี้ ก็ควรจัดแต่งทรงผมของคุณให้ดูดี ด้วยการไดร์ผมให้เป็นทรง หรือเกล้าผมทำเป็นทรงสวย ๆ ต่าง ๆ ตามแต่โอกาสที่เหมาะสม




          หลังจากที่บำรุงผิวพรรณหน้าตาของคุณให้สวยแล้ว ก็อย่าลืมหันมาดูแลรูปร่างของตัวเองกันด้วยนะคะ เพื่อให้คุณได้กลายเป็นสาวสวยเต็มตัวที่ใคร ๆ ต้องหันมอง


ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก: http://www.kapook.com

วิธีแก้รังแค





     คงไม่มีใครอยากเอ็นจอยกับหิมะหน้าหนาวบนศีรษะแน่ รังแคเกิดจากเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว แห้งหลุดลอก ตกสะเก็ดออกจากหนังศีรษะ      ความจริงนี่เป็นกระบวนการผลัดเซลล์บนหนังศีรษะโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่หากเกิดขึ้นในปริมาณมากก็จะเกิดเป็นปัญหารังแคที่มีส่วนให้หนังศีรษะระคายเคือง ที่เชื้อรามีส่วนทำให้เกิดด้วย อากาศที่หนาวและแห้ง มักทำให้เกิดรังแคขึ้นได้มากกว่าปกติ นอกจากนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของอาการแพ้อาหารบางชนิด รวมทั้งการที่ร่างกายขาดกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินบีคอมเพล็กซ์ที่ช่วยลดการผลัดเซลล์ผิว ส่วนผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผมทั้งพวกเจลและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสีผมก็ทำให้คุณระคายเคืองหนังศีรษะจนเซลล์ผิวหลุดลอกได้

ทางแก้

      ภายนอก ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่รักษารังแคโดยเฉพาะ เช่นแชมพูขจัดรังแค      ภายใน เพื่อป้องกันการผลัดเซลล์ผิวที่มากเกินจำเป็น ต้องเริ่มจากมีสุขภาพที่ดี ทั้งในเรื่องการกิน ให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินบีคอมเพล็กซ์ การดื่มน้ำให้ร่างกายได้รับของเหลวในปริมาณเหมาะสม ป้องกันผิวแห้ง การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ กิจกรรมเพื่อความผ่อนคลายอย่างการทำสมาธิและโยคะ ก็มีส่วนช่วยได้เหมือนกัน

Natural Treatment
  • ต้มใบชาแห้งในน้ำ ทิ้งไว้ให้เย็นและบีบน้ำมะนาวลงไปครึ่งลูก ทาลงบนหนังศีรษะทิ้งไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนสระผมตามปกติ มันช่วยขจัดรังแคและทำให้ผมดูเงางามขึ้นได้
  • ผสมไข่ขาวหนึ่งฟองกับน้ำมะนาว 1 ผล ทาลงบนหนังศีรษะไว้หนึ่งชั่วโมง ก่อนสระผมและล้างน้ำสุดท้ายด้วยน้ำที่ผสมน้ำส้มสายชูเจือจางลงไปด้วย เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลดี
  • ผ่าครึ่งผลมะนาว นำมาทาถูบนหนังศีรษะก่อนอาบน้ำ ลองทำบ้างเป็นบางครั้ง
  • ก่อนสระผม นวดหนังศีรษะด้วยเกลือสักพักแล้วล้างออก ลองทำดูบ่อยๆ แล้วมันจะช่วยขจัดรังแคได้ผลชะงัดเลยล่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก นิตยสาร Lisa

วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2555

นิสัยของคุณเหมาะกับงานประเภทไหน



     รู้ไหมว่า นิสัยใจคอจะช่วยบอกคุณได้ว่าเหมาะกับงานประเภทไหนบ้าง เรามี 9 บุคลิกมาฝาก ลองมาทายดูว่าคุณเป็นคนแบบไหน


  1. เป็นคนมีเหตุผล ยึดถือความจริง เป็นนักจัดการ เหมาะกับงานที่เกี่ยวกับการจัดการ เช่น ผู้จัดการ บัญชี โปรแกรมเมอร์
  2. ชอบใช้สัญชาตญาณของตัวเอง ไวต่อความรู้สึก ชอบช่วยเหลือ เหมาะกับการเป็นที่ปรึกษา ดูแลคนอื่น พยาบาล หรือครู
  3. กระตือรือร้น ชอบพูด ทะเยอทะยาน เหมาะกับงานในแวดวงโทรทัศน์ วิทยุ หรืองานโฆษณา
  4. มองโลกในแง่ดี อยากรู้อยากเห็น ช่างซักช่างถาม เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง คุณต้องการงานที่มีความเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของคุณให้อยู่กับงานได้นาน ๆ อย่างเช่น นักข่าว มัคคุเทศก์ หรือฝ่ายขาย
  5. เป็นคนพิถีพิถัน ชอบรายละเอียด ชอบวิเคราะห์ คุณมีคุณสมบัติที่ดีของนักวิจัย หรืองานด้านวิเคราะห์ตรวจสอบ รวมทั้งงานประเภทสืบสวนสอบสวน
  6. ชอบสังคม รักอิสระ เป็นตัวของตัวเองสูง มีความเป็นผู้นำ คุณเหมาะกับงานที่ต้องควบคุมให้คนอื่นทำงาน เช่น ซีอีโอ หรือ บรรณาธิการหนังสือ
  7. ช่างฝัน ชอบแสดงออก มีความคิดเป็นปรัชญา เหมาะกับการเป็นนักจิตวิทยา ทำละคร วาดภาพ หรืองานดนตรี
  8. ถ้าคุณเป็นคนที่มักช่วยเหลือผู้อื่น มีมนุษยสัมพันธ์ เป็นพวกหัวก้าวหน้า น่าจะไปหางานทางด้านมูลนิธิ หรือองค์กรที่ทำงานด้านสงเคราะห์ หรืองานที่ต้องดำรงรักษาความยุติธรรมอย่างเช่น ผู้พิพากษา
  9. มีความคิดสร้างสรรค์ มีมุมมองทะลุปรุโปร่ง สายตาเฉียบคม ก็น่าจะลองมองหางานทางด้านกราฟฟิกอาร์ต ภาพถ่าย หรือการเปิดร้านอาหาร หรือเชฟ คุณอาจสร้างสรรค์อาหารอร่อยแปลกใหม่หน้าตาน่าลิ้มลองขึ้นมาก็ได้

     รู้บุคลิกตัวเองอย่างนี้แล้ว อาจจะทำให้คุณค้นพบอีกศักยภาพหนึ่งของตัวเองที่ซ่อนอยู่ก็เป็นได้

วิธีพักสายตา คอมพิวเตอร์ "เพื่อสุขภาพดวงตาที่ดี"




     ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญ ดังนั้นเราควรถนอมสายตาคู่สวยให้ที่สุขภาพที่ดี และหาวิธีพักสายตาหากต้องมีการเพ่งคอมฯ หรืออ่านหนังสือเป็นเวลานานๆ  
     วันนี้เรามี วิธีพักสายตา มาฝากกันค่ะ ดวงตาเปรียบเสมือนสิ่งที่สวยที่สุดและบอบบางที่สุดในร่างกาย และก็มั่นใจได้อีกว่าดวงตาก็ถือเป็นส่วนที่ทำงานหนักมากเหมือนกันนะ สาวๆ ที่ต้องนั่งจ้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวันจนเลิกงานเป็นเวลาตั้งกี่ชั่วโมงกันแล้วค่ะ

     เนื่องจากการใช่สายตาอย่างมาทำให้เกิดสาเหตุอาการเมื่อล้า ปวดเมื่อยสายตา วันนี้เราจึงนำเอา วิธีพักสายตา มาฝากคุณสาวๆ วัยทำงานกันค่ะ สำหรับ วิธีพักสายตา ที่รานำมาแนะนำนี้รับรองว่าได้ผลถ้าคุณลองปฏิบัตอย่างต่อเนื่องนะค่ะ งั้นเราก็เข้าไปดู วิธีพักสายตาคอมพิวเตอร์ หรือ วิธีพักสายตาจากการดูหนังสือ หรือแม้แต่คนที่ใช้สายตาในการทำงานด้วยวิธีพักสายตานี้กันเลยซึ่งเป็นวิธีที่น่าสนใจในวันนี้กันเลยดีกว่านะค่ะ แต่ไม่ว่าจะยังไงการทำงานถึงแม้ว่าจะยุ่งแค่ไหน ยังไงก็อย่าลืมหาเวลาพักผ่อนในร่างกายและสายตาของตัวคุณเองบ้างนะค่ะ เราเชื่อได้เลยค่ะว่าวิธีพักสายตาที่เรานำมาบอกกันในวันนี้นั้นจะสามรถช่วยให้การมองของคุณดีขึ้นอีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอีกด้วยค่ะ 
 
วิธีพักสายตา คอมพิวเตอร์ 
1. มองออกไปที่ด้านนอกหน้าต่างหรือมองออกไปไกลๆ จากงานที่อยู่ตรงหน้าเท่าที่จะสามารถทำได้
 
2. วัตถุที่คุณมองนั้นควรอยู่ห่างจากคุณอย่างน้อย 20 ฟุต
 
3. เคลื่อนสายตามองไปรอบๆ และมองไปที่สิ่งอื่นๆ หรือวัตถุอื่นๆ บ้าง
 
4. ย้อนกลับมามองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง
 
5. ทำซ้ำตามวิธีนี้บ่อยๆ ในวันทำงานของคุณ 
 
วิธีช่วยผ่อนคลายดวงตาจากการเมื่อยล้า 
1. ทำมือเป็นลักษณะรูปถ้วยปิดรอบดวงตา วางพักมือบนโหนกแก้ม (หลีกเลี่ยงการกดลงบริเวณลูกตา)
 
2. ประสานมือไขว้ไว้เหนือดั้งจมูกเพื่อบังแสงสว่าง
 
3. หลับตาลงประมาณ 15 วินาที แล้วให้หายใจเข้า หายใจออกลึกๆ
 
4. เปิดฝ่ามือแล้วลืมตาขึ้น



ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก นิตยาสารขวัญเรือน

วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2555

25 ความจริงเกี่ยวกับตัวเราที่คุณอาจไม่รู้









           ในชีวิตของคนเราแต่ละวัน มักจะได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างมากมาย แต่ถ้าหากพูดถึงเรื่องความจริงของร่างกายคนเราแล้ว เชื่อเลยว่าคงไม่มีใครเรียนรู้เรื่องราวของร่างกายตัวเองได้ทั้งหมด แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก ๆ ก็เถอะ วันนี้กระปุกดอทคอม ก็เลยขอนำข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับร่างกายที่รวบรวมไว้ในเว็บไซต์ psychofactz.com มาฝากกันค่ะ เพื่อให้หลาย ๆ คนได้รู้จักเรื่องของร่างกายตัวเองกันมากขึ้นเสียหน่อย...เอ้า พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

            คนเราไม่สามารถพูดได้พร้อม ๆ กับสูดลมหายใจเข้า และเช่นเดียวกัน คนเราไม่สามารถกลืนอาหารได้พร้อม ๆ กับหายใจ
            เมื่อคนเรารับประทานอาหารอิ่มมาก ๆ ประสิทธิภาพในการได้ยินของเราจะลดลง


            การร้องเพลงนั้นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนทุกคน มันสามารถทำให้คนเรามีความสุขและมีอายุยืนได้
            เคยมีงานวิจัยเปิดเผยว่า คนเรามีความคิดสร้างสรรค์ในตอนกลางคืนมากกว่าตอนกลางวัน
            คนเราไม่สามารถฆ่าตัวตายได้โดยการกลั้นหายใจ
            ทุกครั้งที่คนเราจาม หัวใจของเราจะหยุดเต้น และเราไม่สามารถลืมตาได้ขณะที่เราจาม
            หากคนเราอดหลับอดนอนตอนกลางคืน ร่างกายจะเผาผลาญเพิ่มขึ้นประมาณ 161 แคลอรี
            ไม่ว่าคนเราจะพยายามอย่างไร ก็ไม่มีใครจดจำช่วงเริ่มต้นของความฝันได้


            ผู้ชายยิ่งมีนิ้วนางยาวเท่าไร ยิ่งเป็นคนมีแรงขับทางเพศมากเท่านั้น (อุ๊บส์!)
            เซลล์กว่า 5,000 เซลล์ในร่างกายคุณจะตายลง และถูกแทนที่ด้วยเซลล์ใหม่ ภายในระยะเวลาที่คุณอ่านประโยคนี้จบ
            การปัสสาวะตอนอาบน้ำ ทำให้เราประหยัดน้ำได้กว่า 1,157 แกลลอนต่อปี
            อวัยวะ 2 ส่วนของคนเราที่สามารถทำความสะอาดตัวเองได้ คือ อวัยวะเพศหญิง และดวงตา
            คนที่มีไอคิวสูง มีแนวโน้มจะนอนดึกมากกว่าคนที่มีไอคิวต่ำ
            เวลาที่ใครจั๊กจี้คุณ การหัวเราะนั้นมาจากการที่คุณหวั่นวิตกและตกใจ ดังนั้น จึงไม่แปลกที่คุณไม่สามารถจั๊กจี้ตัวเองให้หัวเราะได้ เพราะร่างกายคุณไม่มีความกลัวและตกใจตรงนี้
            เคยมีงานวิจัยเปิดเผยว่า คนที่ตื่นก่อน 7 โมงเช้า จะผอม และมีความสุขมากกว่าคนที่ตื่นหลังจากนั้น
            หูขวาของคนเรา ฟังคำพูดได้ดีกว่าหูซ้าย ขณะที่หูซ้ายนั้น จะฟังดนตรีได้ดีกว่าหูขวา
            การอ่านหนังสือท่ามกลางแสงสลัว ไม่ได้ทำให้สายตาเสีย
            การฟังเพลงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอย่างไม่น่าเชื่อ
            ยิ่งผู้ชายช่วยตัวเองมากเท่าไร ความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น


            การมีเซ็กส์ทำให้ผู้หญิงสวยขึ้น เพราะระหว่างที่มีเซ็กส์นั้น ร่างกายจะขับฮอร์โมนเอสโตรเจนออกมาถึงสองเท่า และส่งผลให้ผมสลวยเป็นเงางาม และผิวพรรณก็นุ่มนวลขึ้น
            เมื่อคุณฝันว่าคุณปัสสาวะ คุณก็มักจะปัสสาวะในความจริงด้วย
            การนอนหลับทำให้ความจำดีขึ้น และมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น
            ปัสสาวะที่ขับออกมาใหม่ ๆ สะอาดกว่าน้ำลายและผิวหน้าของคุณตั้งเยอะ
            เด็กเกิดใหม่จะร้องไห้โดยไม่มีน้ำตาไหล เพราะยังไม่มีท่อน้ำตา จนกว่าจะอายุได้ 1 เดือน
            เล็บมือของเราจะยาวเร็วกว่าเล็บเท้าถึง 4 เท่า


          และนี่คือทั้ง 25 ความจริงที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับร่างกายของตัวเอง ที่เรานำมาฝากกันวันนี้ เชื่อว่าความจริงหลาย ๆ ข้อคงทำให้หลายคนถึงกับอึ้ง ทึ่ง และงงกันเลยทีเดียวล่ะ ขณะที่ความจริงอีกหลายข้อ คงจะทำให้ใครหลายคนได้ปรับความคิดเสียใหม่ เพราะมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับร่างกายตัวเองมาโดยตลอดเลยใช่ม้าาา อิอิ 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก: http://www.kapook.com

All article of variety

รวมบทความทั้งหมด วาไรตี้ ความสุข สุขภาพ



วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2555

5 ความผิดพลาดที่อาจทำร้ายผิว






ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ อาจก่อปัญหาใหญ่ให้ผิวของคุณได้ ฉะนั้น ระวังเรื่องผิดพลาดพวกนี้ไว้ให้ดี
     1. ล้างหน้าบ่อยเกินไป ก็อย่างที่บอกไว้แล้วนั่นแหละว่า การล้างหน้าบ่อยเกินไปจำให้ต่อมน้ำมันบนผิวหน้าผลิตน้ำมันออกมาชดเชยมากเกินไป จนอาจก่อปัญหาสิวให้คุณได้


      2. ใช้อะไรที่มีฤทธิ์แรง ส่วนผสมที่เข้มข้นไม่ได้ดีกับผิวหน้าเสมอไป เพราะผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีฤทธิ์แรงส่วนใหญ่จะทำให้เกิดอาการระคายเคือง และทำให้ผิวแห้งได้


      3. เปลี่ยนผลิตภัณฑ์บ่อยเกิน การลองใช้อะไรใหม่ๆ บ่อยๆ จะทำให้ผิวหน้าที่มีความบอบบางอยู่แล้วเกิดการปรับตัว จนทำให้ค่าความสมดุลบนใบหน้าเปลี่ยนไป ซึ่งก็หมายความว่าคุณอาจเจอะเจอกับปัญหาผิวที่ไม่เคยพบมาก่อนก็ได้


      4. ใช้แชมพูผิด ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางต่างๆ ไม่ใช่ต้นตอของอาการระคายเคืองบนผิวหน้าอย่างเดียว แชมพูและคอนดิชันเนอร์บางตัวก็มีส่วนด้วยเหมือนกัน


      5. ลืมทาครีมกันแดด ตอนนี้อาจจะยังไม่เห็นผลหรอก แต่ในไม่ช้า...และตลอดชีวิตของคุณ ความเสียหายจะโชว์ออกมาจนไม่สามารถหาอะไรมาปกปิดได้

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก: http://www.sanook.com

10 ชั้นวางของสุดคูล






          พูดถึงการตกแต่งบ้านแล้ว สิ่งที่หลายคนชอบเดินดูเวลาไปร้านขายเฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่งบ้าน ก็คือชั้นวางของ หรือชั้นวางหนังสือ เพราะชั้นวางของเหล่านี้มีให้เลือกหลายแบบ หลากดีไซน์ เอาใจคนที่ชอบแนวโมเดิร์นบ้าง คนที่ชอบแนวแอนทีคบ้าง หรือชอบแนววินเทจบ้าง แต่ถ้าคุณอยากจะฉีกกฏชั้นวางของแบบเดิม ๆ ล่ะก็ เรามีไอเดียในการสร้างสรรค์ชั้นวางของ ที่การันตีว่าคุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนแน่นอน เพราะมันถูกออกแบบมาได้ล้ำจินตนาการ แต่ใช้ประโยชน์ได้จริง ...อย่ารอช้า มาดูกันเลยว่า ชั้นวางสุดคูลที่ว่าเหล่านี้มีอะไรบ้าง




1. ชั้นหนังสือรถสปอร์ตสุดหรู

         เห็นภาพนี้ แล้วคุณไม่ต้องอึ้ง ใช่ค่ะ! มันคือรถจากัวร์ รถสปอร์ตซีดานสัญชาติอังกฤษสุดหรูที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแพงมากแค่ไหน ที่ถูกนำมาแขวนกับผนังและดัดแปลงตรงที่นั่งให้กลายเป็นชั้นวางหนังสือและวางของตกแต่งบ้านสุดเก๋ มองแล้วก็รู้เลยว่า คนรวยเท่านั้นแหละที่จะทำชั้นหนังสือแบบนี้ได้




2. ชั้นวางของติดผนังพับได้

         จะเป็นยังไง ถ้าเราสามารถประหยัดเนื้อที่ของบ้านได้อีก โดยการทำบิ้วท์อินเป็นชั้นหนังสือที่พับเก็บกับผนังได้ วิธีการก็ง่าย ๆ คือ คุณแค่เลือกวอลเปเปอร์ภาพเก๋ ๆ ที่คุณอยากได้มาประดับฝาผนังก่อน จากนั้นก็ทำการทำชั้นหนังสือที่พับเก็บได้ เช่น ถ้าคุณซื้อหนังสือมา คุณก็กางชั้นออกมาวางหนังสือไว้ ส่วนอันไหนที่ไม่ได้ใช้ คุณก็เก็บพับติดกับผนังไว้ เหมือนดังภาพเลยค่ะ สวยเก๋ แถมมีประโยชน์ด้วย





3. ชั้นวางเบเกอรี่

         เปิดมิติใหม่ให้กับร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งในออสเตรเลีย เมื่อบริษัทสถาปนิกไอเดียเจ๋งในเมลเบิร์น ได้ดีไซน์ชั้นวางขนมปังรูปแบบใหม่ ๆ ที่หาไม่ได้ในร้านเบเกอรี่ทั่วไป ด้วยการเลียนแบบสีและรูปร่างขนมปัง ที่คราวนี้ คุณจะแยกไม่ออกเลยว่าอันไหนจริงอันไหนปลอม!




4. ชั้นหนังสือกิ่งไม้

         เพิ่มความเป็นธรรมชาติให้แก่บ้านของคุณด้วยชั้นวางของกิ่งไม้ ที่อาจดูเรียบ ๆ แต่แฝงไว้ด้วยความเก๋ ที่น่าจะลงตัวกับบ้านที่ต้องการความเรียบแต่มีดีเทล ไม่ให้บ้านน่าเบื่อจนเกินไป ซึ่งทำมาจากไม้ มีให้หลายเลือกหลายสีทั้งสีทั้งสีช็อกโกแลต สีขาว และสีเทา




5. ที่ใส่ของทรงรังผึ้ง 

มองแล้วอาจมีมึนบ้าง สำหรับชั้นวางของทรงรังผึ้งที่ออกแบบโดย บียอร์น โจรันด์ ดีไซเนอร์สายเลือดใหม่ชาวนอร์เวย์ ซึ่งเขาได้สร้างสรรค์ชั้นวางของติดผนังที่ใส่ของได้สารพัดอย่าง แต่หากดูจากภาพแล้ว เพื่อน ๆ คงต้องใช้เวลาพินิจซักพักว่า เอ๊ะ ฉันจะเอาของใส่ช่องไหนนะ เพราะมันเป็นภาพสามมิติ ที่บางช่องก็ดูเหมือนจะใส่ของไม่ได้แต่กลับใส่ของได้ซะงั้น





6. ชั้นวางของทำจากท่อน้ำ

         เยอรมนีเป็นประเทศที่รู้จักกันดีว่า รู้จักสร้างสรรค์และดัดแปลงสิ่งของต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพเสมอ เราจึงพาไปที่อาคารแห่งหนึ่งที่เยอรมัน ได้สร้างชั้นวางของทำจากท่อน้ำ ที่มาพร้อมดีไซน์สุดล้ำ  แถมคุณประโยชน์ครบครัน เป็นทั้งที่วางของ เป็นที่แขวนเสื้อผ้าได้อย่างในภาพ เหมาะสำหรับบ้านหรืออาคารแบบโมเดิร์น ๆ และมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่



7. ชั้นวางของจากสายลวดเคเบิล


         คุณแค่มีแผ่นไม้กระดานและลวดเคเบิลที่ไม่ได้ใช้แล้ว คุณก็สามารถสร้างชั้นหนังสือนี้ได้ โดย วาร์ด ฮัทติ้ง ดีไซเนอร์ผู้ออกแบบชั้นหนังสือนี้ ใช้สายลวดเคเบิลมาผูกขึงไว้ชั้นไม้ แล้วนำไม้กระดานมายึดติดบนแผ่นลวดเพื่อไว้วางของอีกที แน่นอนว่า มันอาจไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ แต่ก็อย่าวางของหนักเป็นใช้ได้ แต่ถ้าดูจากภาพก็ขอบอกว่าเอนกประสงค์จริง ๆ วางได้ตั้งแต่หนังสือ กล่องใส่ซีดี ไปจนถึงวางชั้นวางของจุกจิก





8. ที่ใส่ของวอลเปเปอร์

         มันเป็นไอเดียที่บรรเจิดมากสำหรับดีไซเนอร์นามว่า Maja Ganszyniec ที่ได้สร้างสรรค์ชั้นใส่ของจากวอลเปเปอร์พลาสติก ที่เจาะรูให้ทั่ว ให้อารมณ์คล้าย ๆ ที่แขวนอุปกรณ์ช่าง และก็ทำเป็นกระเป๋าใส่ของได้ แต่ก็ไม่ควรใส่ของหนักเกินไป เพราะมันทำมาจากพลาสติก อาจขาดได้ ซึ่งที่ใส่วอลเปเปอร์นี้อาจใส่พวกกระเป๋า นิตยสาร แว่นตาแฟชั่นก็เอามาแขวนไว้กับรูเหล่านี้ได้ แถมวอลเปเปอร์ลายนี้อาจเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ ของคุณก็เป็นได้




9. ชั้นหนังสือแบบลิ้นชักแนวตั้ง

         ถ้าบรรดาตู้ที่มีลิ้นชักทั้งหลายในบ้านของคุณสร้างความอึดอัดเพราะกินเนื้อที่ในบ้านไปมากมายล่ะก็ ลองให้ตู้เหล่านั้นผุดขึ้นมาจากพื้นแทนดีหรือไม่ เพราะนี่คือลิ้นชักเก็บข้าวของที่คุณสามารถดึงขึนมาจากพื้นที่คุณเหยียบได้จริง ๆ โดยสามารถสร้างสรรค์ได้หลายรูปแบบ หลายขนาด เหมาะกับบ้านแบบโมเดิร์นและบ้านแบบโบราณก็ผสมผสานตกแต่งกันได้อย่างลงตัว 




10. ชั้นวางของเข้ามุม

         นี่เป็นชั้นวางของที่ขายไอเดียล้วน ๆ เพราะเอาเข้าจริงแล้ว มันอาจใช้ประโยชน์อะไรได้ไม่มากนัก แต่ มาร์ตินา คาร์เปลัน ได้ออกแบบมันขึ้นมาเพื่อช่วยลดความแข็งของมุมห้องให้ดูซอฟท์ลงด้วยการทำชั้นวางของตกแต่งเล็ก ๆ หรือชั้นวางหนังสือ และเป็นการใช้ประโยชน์ใช้สอยจากพื้นที่มุมห้องซึ่งเป็นพื้นที่ที่หลายคนคิดว่าไม่สามารถทำอะไรกับมันได้ด้วย
         ...และทั้งหมดนี้ คือ 10 ไอเดียบรรเจิดในการสร้างสรรค์ชั้นวางของ ใครที่ปิ๊งหนึ่งในไอเดียไหน ก็ลองนำไปประยุกต์ตกแต่งบ้านกันดูนะจ๊ะ เพราะมันทั้งเก๋ แนว เท่ เรียบหรู ซะจริง ๆ  

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากhttp://www.kapook.com